โรคเอดส์ คืออะไร

โรคเอดส์ เกิดจากการติดเชื้อไวรัสมีชื่อว่า ฮิวแมนอิมมิวโนเดฟีเซียนซีไวรัส (Human Immunodeficiency Virus :HIV) หรือเรียกย่อ ๆ ว่า เชื้อเอชไอวี โดยเชื้อเอชไอวีจะเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันโรค ทำให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อมีภูมิคุ้มกันต่ำลง จนร่างกายไม่สามารถต้านทานเชื้อโรคได้อีก โรคต่าง ๆ (หรือเรียกอีกนัยหนึ่งว่า โรคฉวยโอกาส) จึงเข้ามาซ้ำเติมได้ง่าย เช่น วัณโรค ปอดบวม ติดเชื้อในระบบโลหิต เชื้อรา ฯลฯ และทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในที่สุด สายพันธุ์ของโรคเอดส์ เชื้อไวรัสเอดส์มีหลายสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์หลักดั้งเดิมคือ เอชไอวี-1 (HIV-1) ซึ่งแพร่ระบาดในแถบสหรัฐอเมริกา ยุโรป และแอฟริกากลาง, เอชไอวี-2 (HIV-2) พบแพร่ระบาดในแถบแอฟริกาตะวันตก นอกจากนี้ยังพบสายพันธุ์อื่น ๆ ที่กลายพันธุ์มาอีกมากมาย การป้องกันโรคเอดส์ ปัจจุบันมีวัคซีนที่จะสามารถป้องกันโรคเอดส์ได้วิธีที่ดีที่สุดคือการป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อโรคเอดส์ ซึ่งกระทำได้ดังนี้ ไม่สำส่อนทางเพศกับทั้งชายและหญิง ไม่ร่วมเพศกับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเอดส์ หรือถ้าจำเป็นก็เลือกใช้แต่ถุงยางอนามัยที่มีคุณภาพดีทุกครั้ง โดยเฉพาะชนิดที่เคลือบ โนน็อกซินอล (N-11) ซึ่งมีฤทธิ์ฆ่าไวรัสเอดส์ เริม ซิฟิลิส ทำให้มั้นใจยิ่งขึ้น หลีกเลี่ยงการใช้ยาเสพติด โดยเฉพาะการใช้เข็มหรือกระบอกฉีดยาร่วมกัน […]

โรคติดต่อทางเพศคืออะไร

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ โดยอาจเกิดจากการที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีเชื้อมาก่อนเมื่อมีเพศสัมพันธ์จึงแพร่เชื้อไปสู่อีกคน โรคที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์อันตรายกว่าที่คิด ไม่เพียงแต่ส่งผลเสียต่อตนเองและคู่นอนเท่านั้น หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีเพศสัมพันธ์กับหลายคนจะทำให้โรคต่าง ๆ แพร่ไปสู่บุคคลอื่นได้ และถ้าคนใหม่ที่ติดเชื่อไปมีเพศสัมพันธ์กับคู่รักตนเองหรือกับคนอื่นอีก ก็จะทำให้เชื่อถูกแพร่ออกไปไม่รู้จบ ทำให้กระทบต่อครอบครัวอื่นอีกมากมาย สุดท้ายจนเป็นปัญหาระดับสังคม และเศรษฐกิจ

การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ วิธีป้องกัน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คือ 1. ใส่ถุงยางอนามัย หากจะมีเพศสัมพันธ์ หรือ Sex กับคนที่ไม่แน่ใจว่ามีเชื้อหรือไม่ 2. รักษาความสะอาดของร่างกายและอวัยวะเพศอย่างสม่ำเสมอ 3. ไม่เปลี่ยนคู่นอน ให้มีสามี หรือภรรยาคนเดียว 4. ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่ยังอายุน้อย เนื่องจากมีสถิติว่า ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อยจะมีโอกาสติด โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สูง 5. ตรวจโรคเป็นประจำทุกปี เพื่อหาเชื้อโรค แม้จะไม่มีอาการใด ๆ โดยเฉพาะคู่ที่กำลังจะแต่งงาน 6. เรียนรู้ ศึกษาอาการของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ก่อนมี Sex 7. ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ขณะมีประจำเดือน เพราะจะทำให้เกิด โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ได้ง่าย 8. ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก หากจำเป็นให้สวมถุงยางอนามัย 9. ไม่ควรสวนล้างช่องคลอด เพราะจะทำให้เกิดการติดเชื้อ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ได้ง่าย วิธีปฏิบัติตัวของผู้ที่เป็น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 1. ต้องรักษาอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโรค 2. แจ้งคู่นอนให้ทราบว่า เป็น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ […]

วิธีการป้องกันโรคติดต่อทางเพศ

รวมวิธีการป้องกันโรคติดต่อทางเพศ คงไม่มีการรักษาใดที่ดีไปกว่าการป้องกัน เพราะโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นั้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อร่างกาย แต่ยังส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างมาก หลายคนอายจนกลายเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเอง และที่แย่กว่านั้นคือทำให้ อันดับแรกคือการมีสามีหรือภรรยาคนเดียวหมายถึงการไม่เปลี่ยนคู่นอน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของการป้องกันไม่ให้เกิดโรคติดต่อทางเพศ อย่ามองข้ามถุงยางอนามัย เพราะการใส่ถุงยางอนามัยจะช่วยป้องกันการติดเชื้อได้มากมาย อย่าคิดว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องไกลตัว ควรเรียนรู้อาการของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เอาไว้บ้าง หลีกเลี่ยงการร่วมเพศขณะมีประจำเดือน เพราะจะทำให้เกิดโรคติดต่อได้ง่ายกว่าปกติ ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักเพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อเร็วกว่าปกติ หากจำเป็นให้สวมถุงยางอนามัย ให้ตรวจประจำปีเป็นประจำ หลายคนนิยามโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์นี้ว่า “โรคฉาบฉวย” เพราะมักเกิดขึ้นกับคนที่ไม่ระวัง เปลี่ยนคู่นอนไปเรื่อย ๆ หรือคนที่คึกคะนอง โดยเฉพาะในหมู่วันรุ่นไปจนถึงวัยทำงาน ด้วยความสนุกจนไม่ทันระวังแต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วมักรักษายากบางโรคเป็นนานหลายปี บางโรคไม่หายขาดด้วยซ้ำไป และหลายรายที่มักจะเสียใจทีหลังเพราะแก้ไขอะไรไม่ได้ อย่างไรก็ตามเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวและสามารถป้องกันได้หากรู้จักยับยั้งชั่งใจ และป้องกันให้ถูกวิธี ก็จะช่วยลดการเกิดโรคสัมพันธ์ทางเพศได้ การรักษา ควรรีบไปพบแพทย์ เมื่อมีอาการข้างต้น ยิ่งได้รับการรักษาตั้งแต่เริ่มต้นจะทำให้รักษาหายขาด ไม่กลับมาติดโรคอีก โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อย 1.หนองในแท้ เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ที่เรียกว่า ทำให้เกิดอาการระคายเคืองในท่อปัสสาวะ แสบขัดเวลาปัสสาวะ มีหนองไหลออกจากท่อปัสสาวะ อาจจะทำให้เกิดการอักเสบในช่องท้อง หรือเป็นหมันหากไม่ได้รับการรักษา 2.การติดเชื้อ clamydia (หนองในเทียม) เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อยที่สุด ทำให้เกิดอาการมีหนองไหลและมีอาการระคายเคืองบริเวณอวัยวะเพศ สำหรับผู้หญิงที่ไม่ได้รักษาอาจจะทำให้เกิดการอักเสบในช่องเชิงกรานเป็นหมัน หรือตั้งครรภ์นอกมดลูก 3.ซิฟิลิส เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้ไม่บ่อย การติดเชื้อเริ่มแรกจะเป็นก้อนแข็งไม่เจ็บที่อวัยวะเพศ ไม่ไม่รักษาจะกลายเป็นระยะที่สองที่เรียกว่าเข้าข้อหรือออกดอก […]