สถานการณ์เกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศ

ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศยังเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนอยู่มากเนื่องจากพฤติกรรมทางเพศถือเป็นเรื่องส่วนตัวและเป็นความลับ ดังนั้นข้อมูลที่จะกล่าวต่อไปนี้ จึงอาจมีหลายส่วนที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกครั้ง ในอเมริกามีบางรายงานแจ้งว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของเพศชาย และ 28 เปอร์เซ็นต์ของเพศหญิง มีเพศสัมพันธ์เพียงบางโอกาสในรอบ 1 ปี ในประเทศอังกฤษพบว่าประชาชนใช้เวลา 3.5 ปีในชีวิตสำหรับการกิน 2.5 ปีสำหรับการพูดโทรศัพท์ 2 สัปดาห์สำหรับการจุมพิต และมีเพศสัมพันธ์ 2580 ครั้งกับคู่ (โดยเฉลี่ย) 5 คน แม้ว่าอัตราการมีเพศสัมพันธ์จะลดลงเมื่ออายุมากขึ้น แต่พบว่าระยะเวลาความสัมพันธ์หรือการแต่งงานกลับมีผลผกผันกับอัตราการมีเพศสัมพันธ์มากกว่าอายุ นอกจากนี้อัตราการมีเพศสัมพันธ์ยังแตกต่างกันในแต่ละวัฒนธรรม เพศสัมพันธ์หลังอายุ 40 ปี จะลดต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญในบางประเทศของทวีปเอเชียเมื่อเทียบกับทวีปยุโรป เช่น ในประเทศอินเดียคู่สมรสหลายๆคู่หยุดมีเพศสัมพันธ์หลังอายุ 50 ปี หรือเมื่อบุตรสาวแต่งงานหรือเมื่อมีหลายยายคนแรก เมื่อเรื่องเพศมีบทบาทสำคัญและมีผลกระทบต่อสังคมหลาย ๆด้าน จึงสมควรอย่างยิ่งที่เราจะต้องศึกษา เพื่อให้เข้าใจเรื่องเพศและพฤติกรรมทางเพศของมนุษย์ในสังคม ตลอดจนการทำความเข้าใจในวัฒนธรรมทางเพศของกลุ่มสังคมย่อย และเข้าใจความขัดแย้งของวัฒนธรรมทางเพศที่อาจทำให้เกิดปัญหาขึ้นในสังคมได้

ความรู้เรื่องเพศ (Sex information)

ลักษณะของเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องเพศ สามารถแบ่งเป็นลักษณะใหญ่ ๆ 4 ด้าน ได้แก่ 1.ความรู้ด้านชีววิทยา (Biological aspect) เช่น กายวิภาคและสรีรวิทยาของระบบสืบพันธุ์ของมนุษย์ทั้งชายและหญิง ลักษณะทางพันธุกรรมและสุพันธุกรรม (Genetic and Eugenic) 2.ความรู้ด้านสุขวิทยา (Hygienic aspect) เช่น เรื่องเกี่ยวกับการป้องกันการเจ็บป่วยและส่งเสริมสุขภาพทางเพศ สุขวิทยาส่วนบุคคลเกี่ยวกับอวัยวะเพศ 3.ความรู้ด้านจิตวิทยา (Psychological aspect) เช่น เรื่องที่เกี่ยวกับสภาวะจิตใจและอารมณ์ในเรื่องเพศ พัฒนาการด้านจิตใจและอารมณ์ทางเพศในวัยต่างๆ การปรับตัวเข้ากับเพศเดียวกันและต่างเพศ ความรู้สึก ทัศนคติต่อเรื่องเพศ และต่อเพศตรงข้าม เป็นต้น 4.ความรู้ด้านสังคมวิทยาและวัฒนธรรม (Sociological and cultural aspect) เช่น เรื่องเกี่ยวกับพัฒนาการทางเพศในด้านสังคม เช่น ความสัมพันธ์กับเพศเดียวกันและต่างเพศ เพศสัมพันธ์ ปัจจัยด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม การเกี้ยวพาราสี การเลือกคู่ครอง การใช้ชีวิตคู่ ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมทางเพศต่าง ๆ

บทบาทสำคัญของเพศศึกษา (Significant roles of sex education)

บทบาทสำคัญของเพศศึกษาคือ การกำหนดความสำคัญของการศึกษาเพศวิถี เพื่อให้นักเรียนได้ตระหนัก และเห็นคุณค่าของการรู้และเข้าใจหลักพื้นฐาน ความหมาย และสาระสำคัญของการศึกษาเพศวิถีศึกษา ซึ่งเพศวิถีศึกษามีบทบาทสำคัญต่อการเรียนการสอนของนักเรียน ดังนี้ 1.ช่วยให้แต่ละคนเข้าใจและยอมรับหน้าที่ตามเพศของตน 2.เข้าใจความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันในฐานะเพื่อน ให้เกียรติกัน 3.ตระหนักถึงความแตกต่างในลักษณะการนึกคิดและพฤติกรรมทางเพศ และยอมรับความแตกต่าง 4.เข้าใจการเลือกคู่ 5.เข้าใจการเตรียมตัวรับผิดชอบต่อครอบครัว 6.เข้าใจการเลี้ยงดูบุตรธิดาให้เติบโตเป็นพลเมืองดี บทบาทสำคัญของเพศศึกษามีบทบาทสำคัญช่วยให้นักเรียนมีความรู้ และเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขอนามัยทางเพศ รู้จักวิธีการเสริมสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่นตามหลักการมีความสามารถในการประเมินโอกาสเสี่ยงจากพฤติกรรมทางเพศ และปัญหาจากการมีเพศสัมพันธ์ไม่พร้อม ตลอดจนตระหนักรู้ในคุณค่าของตนเอง สร้างแรงจูงใจในการตัดสินใจเลือกแนวทางการดำเนินชีวิตอย่างมีสุขภาวะ

ความหมายของเพศศึกษา (DEFINITION OF SEX EDUCATION)

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานได้ให้ความหมายของคำว่า “เพศ” หมายถึง “รูปที่แสดงให้รู้ว่าหญิงหรือชาย ซึ่งหากจะตีความกันแต่เพียงว่า “เพศ” คือ ลักษณะบอกให้ใครๆ รู้ว่า บุคคลนั้นๆ เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย” ในลักษณะของรูปธรรมเท่านั้น ก็เป็นการยากที่จะเข้าใจความหมายของความรู้เรื่องเพศได้อย่างสมบูรณ์ สำหรับความหมายของเพศในลักษณะนามธรรมนั้น “เพศ” หมายถึง “ความรู้สึกและความต้องการทางเพศ หรือกามารมณ์” ในทรรศนะของคน ทั่วไป คำว่า “เรื่องเพศ” หรือ ในภาษาอังกฤษเรียกว่า เซ็กส์ (sex)” มีความหมายที่กำกวมตีความได้หลายความหมาย เช่น บางครั้งคำว่า เซ็กส์ (sex) หมายถึง ลักษณะทางกายภาพที่บอกว่าเป็นเพศชาย หรือหญิง บางครั้งหมายถึงแรงขับหรือสัญชาตญาณตามธรรมชาติของมนุษย์ที่แสดงออกเป็นพฤติกรรม บางครั้งหมายถึงพฤติกรรมทางเพศ หรือการมีเพศสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม จากหลักฐานทางภาษาในวาทกรรมของสังคมไทย นักสังคมวิทยา 2 ท่าน คือ เนริดา คุค และ ปีเตอร์ แจกสัน (Nerida M. Cook and Peter A. Jackson, […]

10 จุดสัมผัส ที่ชายหนุ่มอยากให้คุณลงไม้ลงมือกับมัน

ผู้หญิง เราก็สามารถมอบความสุขให้กับผู้ชายได้ อย่าไปคิดว่าเป็นผู้หญิง จะทำอะไรก่อนจะดูไม่ดี ลองมาดู จุดสัมผัส ที่ชายหนุ่มอยากร้องขอให้คุณลงไม้ลงมือกับมันให้มากๆ จะลูบไล้เคล้นคลึง จูบ หรือเลีย ก็ได้ทั้งนั้น 1. ผิวกาย “อวัยวะที่เกี่ยวกับเรื่องเซ็กส์ที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายของคนเราก็คือผิวหนัง” นี่คือคำเฉลยจากผู้เชี่ยวชาญด้านเพศ ดร. กลอเรียเบรม “กระบวนการปลุกอารมณ์เป็นเรื่องของการสร้างความเร่าร้อนผ่านการสูบฉีดโลหิตในร่างกายเรา” การสัมผัสผิวกายทุกส่วนของคู่คุณจะช่วยเพิ่มความเร่าร้อน และความวาบหวามด้วยการเพิ่มการสูบฉีดโลหิตทั่วเรือนร่างของเขาฉะนั้นเริ่มต้นกิจกรรมรักของคุณด้วยการนวดเขาและเพิ่มความเซ็กซี่ด้วยการใช้มือลูบไล้แผ่นหลังแขนหน้าอกในระหว่างการร่วมรัก 2. บั้นท้าย ผู้ชายชอบให้เล่นกับก้นเหมือนกันนะ! การใช้นิ้วนวดเบาๆ หรือใช้ลิ้นที่บริเวณนี้สามารถทำให้ผู้ชายทะลุจุดเดือดได้ง่ายๆ เลย 3. ต้นคอ คอของเราเป็นที่รวมของปลายประสาทจำนวนมาก โดยปกติแล้วตามสัญชาตญาณเรามักจะรู้สึกว่าลำคอเป็นส่วนที่เปราะบางที่สุดของร่างกาย และนั่นยิ่งทำให้มันเซ็กซี่ยิ่งขึ้น การสัมผัสที่ลำคอและต้นคอสามารถทำให้บางคนสั่นเทิ้มได้เลย ลองใช้สัมผัสหลายๆอย่างที่บริเวณนี้ จูบ ลูบไล้ และเลียเบาๆ แล้วพ่นลมหายใจลงไปให้เขาสั่นสะท้าน 4. หูด้านใน การกระซิบกระซาบคำพูดแสนเซ็กซี่ส่งสัญญาณที่น่าตื่นเต้นไปสู่สมอง เริ่มด้วยการกระซิบกระซาบสิ่งที่คุณอยากทำกับเขา แล้วก็ใช้ปลายลิ้นแหย่เข้าไปด้านใน เขาก็จะยิ่งคลั่งยิ่งขึ้น แต่ผู้ชายบางคนก็อาจไม่ชอบให้เล่นกับหูมากเกินไปนัก เพราะฉะนั้นให้สังเกตปฏิกิริยาของเขาให้ดี แล้วก็ลองเปลี่ยนไปจัดการกับจุดอื่นของใบหูต่อ 5. หลังใบหู จุดสัมผัส บริเวณนี้ชวนให้เกิดความ ตื่นตัวได้อย่างไม่น่าเชื่อ จากนั้น ลองงับเบาๆที่ติ่งหู และใช้ลิ้นเลียไปตามแนวยาวของใบหู หรืออาจจะแค่ถอนหายใจกระเส่าๆ (ที่ด้านหลังหูของเขาก็พอ […]

9 ความจริง เรื่องเพศสัมพันธ์ที่ถูกต้อง

สิ่งมีชีวิตทั้งหลายล้วนเกิดขึ้น เติบโต ดำรงชีวิต และสลายไปตามกาลเวลา การสืบพันธุ์จึงเป็นกลไกทางธรรมชาติในการสร้างสิ่งมีชีวิตรุ่นใหม่ๆ ขึ้นมาทดแทนเพื่อรักษาเผ่าพันธุ์ให้คงอยู่ เมื่อมนุษย์เติบโตจวบจนช่วงที่ฮอร์โมนผันแปรจนเข้าสู่วัยรุ่นหรือวัยหนุ่มสาว เพศสัมพันธ์จึงเป็นเรื่องราวที่ทุกคนได้รับรู้อย่างหลากหลายทัศนะ หลากความเชื่อ หลายประสบการณ์กันไปต่างๆ นาๆ บ้างก็จากคำที่ ‘เขาบอกว่า’ หรือ ‘เขาเล่าว่า’ เพื่อเป็นการไขข้อสงสัยเรื่องเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ยอดฮิต เรา จึงรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ทั้ง 9 ข้อ มาฝากดังนี้ค่ะ  1.จริงหรือไม่ ผู้หญิงจะไม่ท้องเมื่อมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก? ความจริง: ผู้หญิงมีโอกาสตั้งท้องได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นsexครั้งแรก หรือครั้งที่เท่าไหร่ก็ตาม 2. จริงหรือไม่ ผู้หญิงจะไม่ท้อง ถ้าผู้ชายหลั่งข้างนอก? ความจริง :ในขณะที่อวัยวะเพศชายแข็งตัวจะผลิตของเหลว ซึ่งประกอบด้วยเชื้ออสุจิมากมาย   ที่สามารถทำให้ผู้หญิงตั้งท้องได้ ดังนั้นการที่ผู้ชายหลั่งข้างนอกเมื่อถึงจุดสุดยอดนั้นเป็นวิธีที่เพิ่มความเสี่ยงในการตั้งท้องเพิ่มขึ้น เพราะตัวอสุจิอาจเล็ดลอดออกมาตั้งแต่เริ่มสอดใส่แล้ว 3.จริงหรือไม่ ผู้หญิงจะไม่ท้อง ถ้ามีเพศสัมพันธ์ในขณะที่มีประจำเดือน? ความจริง : หากมีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่มีประจำเดือนก็สามารถตั้งท้องได้  โดยเฉพาะผู้ที่รอบเดือนมาไม่ปกติหรือไม่สม่ำเสมอทุกเดือน เพราะหลังจากมีเพศสัมพันธ์เชื้ออสุจิจะสามารถอยู่ในร่างกายผู้หญิงได้นานถึง 3 วัน หากผู้หญิงบางคนมีไข่ตกในช่วงนี้ก็เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้ นอกจากนี้การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างมีประจำเดือนยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือมดลูกอักเสบด้วย 4. จริงหรือไม่ ผู้หญิงจะไม่ท้อง ถ้าไม่ถึงจุดสุดยอด? ความจริง : เมื่อผู้หญิงได้รับการกระตุ้นทางเพศ ร่างกายจะเปลี่ยนแปลง […]