โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่สำคัญ

รู้จักกันไหมเอ่ย ว่า “โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์” คืออะไร และมีโรคอะไรที่เป็น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ บ้าง วันนี้เราจะไปทำความรู้จัก “โรค” ที่สามารถติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์กัน 1.โรคเอดส์ (AIDS) หรือกลุ่มอาการภูมิคุ้มกันเสื่อม เกิดจากการรับเชื้อ Human immunodeficiency virus หรือ HIV เข้าไปทำลายเม็ดเลือดขาว ที่เป็นแหล่งสร้างภูมิคุ้มกันโรค ทำให้ภูมิคุ้มกันโรคลดน้อยลง จึงทำให้เชื้อโรคฉวยโอกาสแทรกซ้อนเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น เช่น มะเร็ง วัณโรค และสาเหตุการเสียชีวิตก็มักเกิดขึ้นจากโรคติดเชื้อฉวยโอกาสต่างๆ เหล่านี้ ที่จะทำให้อาการรุนแรง และเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว 2.หนองใน (Gonorrhoea) เป็น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ Neisseria gonorrhoeae ทำให้เกิดอาการระคายเคืองในท่อปัสสาวะ แสบขัดเวลาปัสสาวะ และมีหนองไหลออกจากท่อปัสสาวะ อาจจะทำให้เกิดการอักเสบในช่องท้อง หรือเป็นหมันหากไม่ได้รับการรักษา 3.หนองในเทียม (Non-gonococcal Urethritis/Non gonococcal Cervicitis) เป็น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่ทำให้มีอาการแสบปลายท่อปัสสาวะ ปัสสาวะขัดและมีหนองไหล และมีมูกออกเล็กน้อยโดยเฉพาะในช่วงเช้า ส่วนผู้หญิงอาจมีอาการตกขาวผิดปกติ 4.แผลริมอ่อน (Chancroid) […]

สถานการณ์เกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศ

ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศยังเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนอยู่มาก เนื่องจากพฤติกรรมทางเพศถือเป็นเรื่องส่วนตัวและเป็นความลับ ดังนั้นข้อมูลที่จะกล่าวต่อไปนี้ จึงอาจมีหลายส่วนที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกครั้ง ในอเมริกามีบางรายงานแจ้งว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของเพศชาย และ 28 เปอร์เซ็นต์ของเพศหญิง มีเพศสัมพันธ์เพียงบางโอกาสในรอบ 1 ปี ในประเทศอังกฤษพบว่าประชาชนใช้เวลา 3.5 ปีในชีวิตสำหรับการกิน 2.5 ปีสำหรับการพูดโทรศัพท์ 2 สัปดาห์สำหรับการจุมพิต และมีเพศสัมพันธ์ 2580 ครั้งกับคู่ (โดยเฉลี่ย) 5 คน แม้ว่าอัตราการมีเพศสัมพันธ์จะลดลงเมื่ออายุมากขึ้น แต่พบว่าระยะเวลาความสัมพันธ์ หรือการแต่งงานกลับมีผลผกผันกับอัตราการมีเพศสัมพันธ์มากกว่าอายุ นอกจากนี้อัตราการมีเพศสัมพันธ์ยังแตกต่างกันในแต่ละวัฒนธรรม เพศสัมพันธ์หลังอายุ 40 ปี จะลดต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญในบางประเทศของทวีปเอเชียเมื่อเทียบกับทวีปยุโรป เช่น ในประเทศอินเดียคู่สมรสหลายๆคู่หยุดมีเพศสัมพันธ์หลังอายุ 50 ปี หรือเมื่อบุตรสาวแต่งงานหรือเมื่อมีหลายยายคนแรก เมื่อเรื่องเพศมีบทบาทสำคัญและมีผลกระทบต่อสังคมหลาย ๆด้าน จึงสมควรอย่างยิ่งที่เราจะต้องศึกษา เพื่อให้เข้าใจเรื่องเพศ และพฤติกรรมทางเพศของมนุษย์ในสังคม ตลอดจนการทำความเข้าใจในวัฒนธรรมทางเพศของกลุ่มสังคมย่อย และเข้าใจความขัดแย้งของวัฒนธรรมทางเพศที่อาจทำให้เกิดปัญหาขึ้นในสังคมได้ gclub download

อาหาร กระตุ้น อารมณ์รัก

หลาย ๆ คู่ที่พบว่าชีวิตรักเริ่มสั่นคลอนเพราะไม่มีความปรารถนาหรือฝักใฝ่ในเรื่องนี้ เพราะชีวิตมีอะไรคิดมากมาย อีกอย่างรู้สึกไม่มีอารมณ์หรือความต้องการ เพราะทุกอย่างเป็นปกติเหมือนเดิม … แต่คุณพ่อคุณแม่ทราบกันหรือไม่คะว่า เรื่องบนเตียงนี่แหละค่ะ ที่เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้ชีวิตคู่ของใครหลาย ๆ คนต้องสั่นคลอน และถ้าหากเราไม่อยากเป็นหนึ่งในนั้น ทำไมเราไม่ลองสรรหาวิธียกตัวอย่างเช่น ไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือหาอาหารอร่อย ๆ ทานสักมื้อนึงร่วมกันสองคน และถ้าหากพูดถึงอาหารละก็วันนี้เราจึงได้รวบรวมเอาสุดยอดอาหารปลุกอารมณ์รักให้โชติช่วงอีกครั้งมาฝากกันค่ะ จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูพร้อม ๆ กันเลย ช็อกโกแลต กลิ่นของช็อกโกแลตมีผลต่อปฏิกิริยาความรู้สึก อยากรัก ทั้งนี้ เพราะกลิ่นช็อกโกแลตจะเข้ากระตุ้นและไชอารมณ์ที่ประสาทรับกลิ่นและความ รู้สึกในสมอง จากนั้นร่างกายก็จะหลั่งฮอร์โมนออกมากระตุ้นความต้องการทางเพศ ที่สำคัญคือช็อกโกแลตมีส่วนผสมของ Theobromine และ Alkaloid ซึ่งมีคุณสมบัติก่อให้เกิดความตื่นตัวในเรื่องรักๆ ใคร่ๆ มากเป็นพิเศษ แล้วยังอุดมไปด้วยสาร Phenylethlamine สามารถกระตุ้นให้เกิดความตื่นเต้นและรู้สึกดีในชีวิต หอยนางรมสด จะมีธาตุอาหารสังกะสีเยอะ ซึ่งมีผลต่อการกระตุ้นฮอร์โมน Dopamine กระตุ้นความต้องการทางเพศและช่วยเพิ่มความสนุกในการมีเซ็กซ์ได้ทั้งในหญิง และชาย สังกะสียังมีส่วนบำรุงสุขภาพสเปิร์มของคุณผู้ชายให้แข็งแรงและมีปริมาณพร้อม รับศึก รักมากขึ้นอีกด้วย น้ำมันมะกอก ในการทานอาหารแต่ละครั้งควรเลือกเมนูที่มี ส่วนผสมของน้ำมันมะกอกด้วย หากทำอาหารทานเองควรจะเปลี่ยนจากการใช้น้ำมันพืชทั่วไปมาใช้น้ำมันมะกอกแทน โดยเฉพาะน้ำมันสกัดจากมะกอกเขียว ซึ่งช่วยปรับปรุงโครงสร้างของเชื้ออสุจิ และเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้เป็นอย่างดี […]

อาหารและเพศสัมพันธ์

การเติมพลังให้กับร่างกายด้วยอาหารที่เหมาะสม จะช่วยเพิ่มระดับอารมณ์และพลังงานเพื่อสนับสนุนความสัมพันธ์ที่ดีต่อสุขภาพและชีวิตทางเพศ การมีสุขภาพที่ดีที่สุดควรรับประทานอาหารที่อุดมด้วยสารอาหารซึ่งมีไขมันทรานส์น้อยมีไขมันอิ่มตัว เพิ่มนํ้าตาลและโซเดียมอย่างเหมาะสม ทานผลไม้ที่มีความหลากหลาย ผักธัญพืช พืชตระกูลถั่วที่เติบโตบนดิน เช่น อัลมอนด์ วอลนัท มะม่วง หิมพานต์ แมคคาเดเมีย) โปรตีนปราศจากไขมัน ซึ่งพบมากในเนื้อไก่ เนื้อปลา เนื้อสันที่ไม่ติดมัน เพื่อหลีกเลี่ยงการเพิ่มนํ้าหนัก ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงไขมันทรานส์(Trans fat)ซึ่งเป็นไขมันไม่อิ่มตัวและพบได้ไม่บ่อยในธรรมชาติ แต่สามารถสังเคราะห์ขึ้นได้จากกระบวนการแปรรูปกรดไขมันไม่อิ่มตัวให้กลายเป็นกรดไขมันอิ่มตัวสูง ตัวอย่างเช่น การทำนํ้ามันพืช จะมีการเติมไฮโดรเจนลงไปในนํ้ามันพืช เรียกว่า กระบวนการไฮโดรจีเนชั่น เช่น นํ้ามันถั่วเหลือง หรือแม้กระทั่งการแปรรูปหรือแม้กระทั่งการแปรรูปให้มีลักษณะเป็นกึ่งของแข็ง เช่น มาร์การีนหรือเนยเทียม เนยขาว ครีมเทียม เป็นต้น โดยวัตถุดิบเหล่านี้จะมีชื่อบนฉลากอาหาร คือ กรดไขมันชนิดทรานส์ อาร์จินีน(arginine)อาร์จินีน หรือที่เรียกว่าแอลอาร์จินีน(L-arginine)เป็น กรดอะมิโน(amino acid)ชนิดหนึ่งและในทางโภชนาการจัดเป็นกรดอะมิโนที่จำเป็น สำหรับทารกและเด็กที่กำลังเจริญเติบโต แอลอาร์จินีนจะกระตุ้นให้ร่างกายผลิตไนตริกออกไซด์ เพื่อช่วยในเรื่องการขยายตัวของหลอดเลือด ซึ่งช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี ถ้าเป็นผู้ชายจะช่วยการไหลเวียนของเลือดที่ดีไปยังเนื้อเยื่ออวัยวะเพศในองคชาต เป็นสิ่งสำคัญสำหรับ “การแข็งตัว” ของอวัยวะเพศรวมทั้งกระตุ้นการหลั่งโกรทฮอร์โมน(Growth Hormone)ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญในการคงความเป็นหนุ่มเป็นสาว ช่วยชะลอความแก่ เมื่อทานอาหารเสริมที่มีอาร์จินีนจะมีการทำลายส่วนใหญ่ของอาร์จินีนมากที่สุดภายในลำไส้ก่อนที่จะเข้าถึงกระแสเลือด การรับประทานอาหารเสริมชนิดแอลอาร์จินีนอาจเป็นประโยชน์มากกว่า เพราะแอลอาร์จินีนเป็นกรดอะมิโนอีกชนิดหนึ่งที่เปลี่ยนเป็นอาร์จินีนในร่างกาย มีการศึกษาขนาดเล็ก […]

เพศศาสตร์ในอนาคต

อนาคตของเพศศาสตร์ขึ้นอยู่กับการคงอยู่ของกระบวนการสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล ผลที่เกิดขึ้นยุโรป คือ มีครอบครัวที่มีบุพการีเพียงคนเดียวจำนวนมากและผลตามมาก็คือ การเรียนรู้เรื่องสังคมของเด็กและความอ่อนแอทางเศรษฐกิจของครอบครัว กระบวนการสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลทำให้ชีวิตคู่ไม่แตกต่างอะไรกับสัตว์ชั้นต่ำที่อาศัยอยู่ในระบบปิด ซึ่งมีความต้องการเพียงเพื่อผสมพันธุ์และสืบเผ่าพันธุ์โดยไม่ต้องสนใจใยดีกับสังคม เมื่อมนุษย์ปิดตาจากสิ่งแวดล้อม ไม่เพียงแต่ร่างกายเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แม้แต่จิตใจเองก็อาจยากที่จะทนภาวะนี้ได้ เมื่อสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลพัฒนากว้างออกไปปัญหาเกี่ยวกับการดำรงชีวิตที่เป็นไปด้วยตนเองเพื่อตัวเองมนุษย์จึงให้ความสำคัญต่อสุขภาพของตนเองสูงสุดเนื่องด้วยสุขภาพเกี่ยวข้องโดยตรงกับเพศสัมพันธ์ สถานฟิตเนสและสถานเสริมความงามผุดขึ้น และได้รับความนิยมอย่างมากทั้งเพศชายและเพศหญิง การโฆษณาส่งเสริมการขายโดยใช้สัญลักษณ์ทางเพศเพื่อกระตุ้นลูกค้าวัยเจริญพันธุ์ เป็นเครื่องยืนยันถึงวัฒนธรรมส่วนบุคคล แต่การเติบโตขึ้นของเพศศาสตร์ในปัจจุบันมีบางส่วนที่มีวัตถุประสงค์เช่นเดียวกับอดีต ความเป็นอิสระของการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งในอดีตถือว่าเป็นสิ่งที่ผิด แต่กลับได้รับการยอมรับว่าเป็นเรื่องปกติในปัจจุบัน โดยเฉพาะการนำไปพูดในสื่อในลักษณะเปิดเผย เป็นการดำเนินการภายใต้วัตถุประสงค์ที่ว่าจะหาความรู้และความจริง นอกจากนี้ความแข็งแรงของร่างกายมนุษย์ ถูกนำมาเกี่ยวข้องกับเพศศาสตร์ ทำให้มนุษย์เกิดความเครียดและความเสี่ยง เพื่อทำให้ร่างกายมีความสมส่วนในการกระตุ้นทางเพศ โดยสรุปการพัฒนาการของเพศสัมพันธ์ในอนาคตน่าจะเป็นไปในลักษณะผสมผสาน เมื่อเสรีภาพถูกแทนที่ ร่วมกับมีการเปลี่ยนแปลงของสังคม มีผลทำให้เกิดการปรับตัวของสังคม เพื่อให้บทบาทถูกแสดงออกอย่างถูกต้อง

การพัฒนาด้านเพศศาสตร์

การพัฒนาด้านเพศศาสตร์ สามารถแบ่งได้เป็น 3 ยุค คร่าวๆ ดังนี้ ยุคบิดาธิปไตย (Male dominance and hierarchy) ยุคความรักแบบโรแมนติก (Romantic love) ยุคปัจจุบัน (Modern sexuality) 1.ยุคบิดาธิปไตย ในยุคของผู้ชายเป็นใหญ่ และยุคขุนนาง การแลกเปลี่ยนของมีค่าและสตรี ถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องและเพศศาสตร์ก็จัดอยู่ในกระบวนการที่สำคัญของการคงอยู่ของชนเผ่า สตรีและเด็กจะถูกปกป้องอย่างดีจากศัตรูภายนอก เมื่อสังคมเข้ามาสู่ยุคของบิดาเป็นใหญ่ในบ้าน เพศชายสามารถแสดงออกอย่างเสรีในด้านเพศต่อภรรยา หญิงรับใช้ ทาส หรือโสเภณี โดยหน้าที่ของสตรีมีเพียงการสร้างความพึงพอใจในด้านเพศต่อชาย และการเลี้ยงดูบุตร เมื่อศึกษาถึงเพศศาสตร์ในช่วง 200 ปี ที่แล้วมา ในภาษากรีก คำว่า “aphrodisia” หมายถึงการแสดงกิริยา หรือการสัมผัสซึ่งกระตุ้นความต้องการทางเพศ พฤติกรรมทางเพศและการเร้าอารมณ์ถูกพัฒนาผ่านทางอาหาร การแต่งงาน นครโสเภณีและการมีเพศสัมพันธ์กับเด็กชาย โดยมีการควบคุมเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย การนอน การสืบพันธุ์ ให้มีความสอดคล้องกัน ปัญหาทางเพศทุกชนิดไม่สามารถนำมาพูดคุยกันได้ จนกระทั่งล่วงเข้าสู่ยุคของสังคมคริสเตียน เพศสัมพันธ์ในสมัยกรีกไม่จำเพาะที่จะมีเพศสัมพันธ์กับภรรยาเท่านั้น ยังสามารถมีเพศสัมพันธ์กับโสเภณี ภรรยาลับหรือทาสได้อีกด้วย โดยภรรยาต้องให้ความซื่อสัตย์ต่อสามีเท่านั้น ในยุคกรีกการแต่งงานได้รับการยอมรับและถือเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ 2.ยุคความรักแบบโรแมนติก […]

การพัฒนาและอนาคตของเพศศาสตร์

เมื่อเริ่มต้นของมนุษยชาติการสืบพันธุ์และให้กำเนิดบุตรถือเป็นหน้าที่ที่สำคัญ กระบวนการทางสังคมในการเลือกคู่และการแต่งงานได้ก็ถูกจัดขึ้นเพื่อหน้าที่นี้ ในยุคของบิดาเป็นผู้ปกครอง อำนาจเด็ดขาดต่อภรรยาและบุตรตกอยู่กับบิดา รวมทั้งเรื่องการมีเพศสัมพันธ์และการเลือกคู่ เมื่อกระบวนการทางสังคมของมนุษยชาติเริ่มเปลี่ยนแปลงไป บทบาทของพ่อได้ถูกปรับปรุงแก้ไขโดยสังคมวัฒนธรรม การเลือกคู่โดยคำนึงถึงความรัก และต้องการมีคู่เพียงคนเดียว นอกจากนี้ ในสังคมปัจจุบันการเลือกคู่หรือกิจกรรมทางเพศยังคำนึงถึงเรื่องสิทธิส่วนบุคคลเพิ่มเข้ามาอีกด้วย เพศสัมพันธ์นอกจากจะเป็นหน้าที่หลักทางชีววิทยาของมนุษย์แล้ว ยังช่วยลดความเครียดในการดำรงชีวิตจากการกระตุ้นต่ออวัยวะเพศ ความสุขจากการมีเพศสัมพันธ์จึงจัดเป็นผลพลอยได้ที่สำคัญของการมีเพศสัมพันธ์นอกจากการสืบเผ่าพันธุ์หรือการขยายพันธุ์ของมนุษย์ ดังนั้นเพศศาสตร์จึงรวมถึงความสุขที่สำคัญของมนุษย์ที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ อย่างไรก็ตามยังมีความเชื่อโบราณที่กล่าวถึงเพศสัมพันธ์ไว้เฉพาะการทำหน้าที่สืบเผ่าพันธุ์ โดยจัดความสุขที่เกิดขึ้นว่าเป็นบาปที่ต้องชำระล้างอกไป สตรีมีหน้าที่ในการตั้งครรภ์และการเลี้ยงดูบุตร ซึ่งเป็นผลจากการมีเพศสัมพันธ์ ดังนั้นสังคมจึงเริ่มผูกเรื่องเพศศาสตร์และการเจริญพันธุ์ เข้าไว้ด้วยกัน ด้วยเหตุดังกล่าวหญิงหรือชายที่ต้องการมีคู่ จึงต้องเลือกคู่ของตนให้เหมาะสมกับคุณสมบัติด้านเพศ และด้านการเจริญพันธุ์รวมไว้ในคนเดียวกัน

เพศศาสตร์ (Sexology)

ตามความหมายของ Webster’s New Twentieth Century Dictionary ให้ความจำกัดความไว้ว่า “เพศศาสตร์(Sexology) คือ ศาสตร์ หรือวิทยาการที่เกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศของมนุษย์” เพศศาสตร์ เป็นวิทยาการหรือศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องเพศ โดยมีรากฐานมาจากศาสตร์หลายๆ แขนง เช่น จิตวิทยา จิตเวช จิตวิเคราะห์ นรีเวชกรรม วิทยายูโร วิทยาเกี่ยวกับต่อมไร้ท่อ (หมายถึงต่อมฮอร์โมนทั้งหลาย) ศาสตร์เหล่านี้จะช่วยแก้ไขข้อบกพร่องหรือความผิดปกติทางเพศทุกชนิด และสามารถจะช่วยให้มนุษย์ทุกคนมีความสุขที่สุดในเรื่องกามารมณ์ได้ (คำนึง, 2522 อ้างจาก ชัยวัฒน์ ปัญจพงษ์ และคณะ, 2524:7) เพศศาสตร์ จึงมีความหมาย ที่แคบกว่าเพศศึกษา เพราะเพศศึกษานั้น ต้องรวมถึงความรู้เกี่ยวกับชีวิตและการศึกษาด้านต่างๆ เช่น สุขวิทยา การแพทย์และสาธารณสุข การวางแผนครอบครัว ประชากรศึกษา จิตวิทยา วัฒนธรรม สังคม การเมือง ศาสนา และศีลธรรม เข้ามาผสมผสานด้วย เพศศึกษาจึงถือได้ว่าเป็นสหวิทยาการ (Multidiscipline) การแบ่งแขนงของวิชาเพศศาสตร์ สามารถแบ่งตามหัวข้อได้หลายแบบ โดยจะกล่าวในที่นี้ 2 […]

วัฒนธรรมทางเพศในสังคมไทย (SEXUAL CULTURE IN THAI SOCIETY)

วัฒนธรรมความเชื่อเรื่องเพศ เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการควบคุมภาวะทางเพศของคนในสังคมและเป็นแนวทางในการแสดงออกของพฤติกรรมทางเพศของปัจเจกบุคคลทั้งเพศหญิงและเพศชายที่แตกต่างกัน เช่น ความเชื่อว่า ผู้ชายเป็นมนุษย์เพศที่เหนือกว่าผู้หญิง ผู้หญิงอ่อนแอกว่าผู้ชาย และผู้หญิงเป็นทรัพย์สมบัติของผู้ชาย ความเชื่อที่ว่าความต้องการทางเพศของผู้ชายเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องได้รับการตอบสนองและหาทางปลดปล่อย ในขณะที่เพศหญิงไม่จำเป็นต้องทำเช่นผู้ชาย ความเชื่อที่ว่า ผู้ชายชาตรีต้องมีความสามารถในเรื่องเพศ แต่ผู้หญิงที่ดีไม่ควรแสดงออกเกี่ยวกับเรื่องเพศ เป็นต้น ในปัจจุบันแม้ว่าสภาพสังคมจะเปลี่ยนไป มีการผสมผสานวัฒนธรรมทางเพศของไทยและต่างประเทศผ่านกระแสโลกาภิวัฒน์ แต่วัฒนธรรมไทยดั้งเดิมหลายอย่าง ยังมีส่วนกำหนดพฤติกรรมของคนในสังคมอยู่มาก การเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ ทำให้มีผลกระทบต่อสังคมเป็นอย่างมาก การอพยพแรงงานจากภาคเกษตรกรรมเข้ามาสู่ภาคอุตสาหกรรม หนุ่มสาวต้องพรากจากสังคมเดิมเข้ามาอยู่ในสภาพใหม่ ไม่มีพ่อแม่หรือญาติให้การคุ้มครองหรือปรึกษาหารือ การพบปะของหนุ่มสาวง่ายขึ้น ประกอบกับการยอมรับวัฒนธรรมอื่นทั้งวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออก ทำให้การแสดงออกทางเพศของคนในสังคมเปลี่ยนไป

รูปแบบของเพศสัมพันธ์

รูปแบบของเพศสัมพันธ์ในสังคมสามารถจัดได้เป็นสองลักษณะ คือ 1.เพศสัมพันธ์แบบรักต่างเพศ (Heterosexuality) เป็นเพศสัมพันธ์ระหว่างชายกับหญิง และถือว่าเป็นพฤติกรรมทางเพศสัมพันธ์ของคนส่วนใหญ่ เนื่องจากหน้าที่ของเพศสัมพันธ์ในด้านการขยายเผ่าพันธุ์ ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงยอมรับและเข้าใจว่าเพศสัมพันธ์แบบชายกับหญิงเท่านั้นที่เป็นพฤติกรรมปกติ สังคมไทยในปัจจุบันเป็นสังคมระบบสามีเดียวภรรยาเดียว (Monogamy) หมายถึงการที่ชายหนึ่งหญิงหนึ่งอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยา แต่คนบางกลุ่มมีระบบครอบครัวแบบหลายสามีหลายภรรยา ซึ่งในสังคมไทยส่วนใหญ่เป็นแบบสามีเดียวหลายภรรยา (Polygamy) 2.เพศสัมพันธ์แบบรักเพศเดียวกัน (Homosexuality) เป็นความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างชายกับชาย หรือหญิงกับหญิงอย่างใดอย่างหนึ่ง เนื่องจากสังคมไทยถือว่าเพศสัมพันธ์ระหว่างชายกับหญิงเป็นเพศสัมพันธ์ปกติ ดังนั้นพฤติกรรมรักร่วมเพศจึงกลายเป็นพฤติกรรมที่ผิดปกติ เบี่ยงเบนไปจากบรรทัดฐานของสังคม อย่างไรก็ตาม บางคนอาจจะมีพฤติกรรมทางเพศแบบรักทั้งสองเพศ (Bisexuality) ซึ่งมีเพศสัมพันธ์ทั้งกับเพศตรงข้ามและกับเพศเดียวกัน