โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่สำคัญ

รู้จักกันไหมเอ่ย ว่า “โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์” คืออะไร และมีโรคอะไรที่เป็น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ บ้าง วันนี้เราจะไปทำความรู้จัก “โรค” ที่สามารถติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์กัน 1.โรคเอดส์ (AIDS) หรือกลุ่มอาการภูมิคุ้มกันเสื่อม เกิดจากการรับเชื้อ Human immunodeficiency virus หรือ HIV เข้าไปทำลายเม็ดเลือดขาว ที่เป็นแหล่งสร้างภูมิคุ้มกันโรค ทำให้ภูมิคุ้มกันโรคลดน้อยลง จึงทำให้เชื้อโรคฉวยโอกาสแทรกซ้อนเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น เช่น มะเร็ง วัณโรค และสาเหตุการเสียชีวิตก็มักเกิดขึ้นจากโรคติดเชื้อฉวยโอกาสต่างๆ เหล่านี้ ที่จะทำให้อาการรุนแรง และเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว 2.หนองใน (Gonorrhoea) เป็น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ Neisseria gonorrhoeae ทำให้เกิดอาการระคายเคืองในท่อปัสสาวะ แสบขัดเวลาปัสสาวะ และมีหนองไหลออกจากท่อปัสสาวะ อาจจะทำให้เกิดการอักเสบในช่องท้อง หรือเป็นหมันหากไม่ได้รับการรักษา 3.หนองในเทียม (Non-gonococcal Urethritis/Non gonococcal Cervicitis) เป็น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่ทำให้มีอาการแสบปลายท่อปัสสาวะ ปัสสาวะขัดและมีหนองไหล และมีมูกออกเล็กน้อยโดยเฉพาะในช่วงเช้า ส่วนผู้หญิงอาจมีอาการตกขาวผิดปกติ 4.แผลริมอ่อน (Chancroid) […]

สาเหตุของการเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นโรคที่สามารถเป็นได้ทุกเพศ ทุกวัย แต่พบมากในหมู่วัยรุ่น เนื่องจากวัยรุ่นในปัจจุบัน นิยมมีเพศสัมพันธ์ก่อนการแต่งงาน โดยที่ขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันตัวเอง รวมทั้ง โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ต่าง ๆ นอกจากนี้ในปัจจุบัน คู่แต่งงานมีอัตราการหย่าร้างสูงขึ้น ทำให้คนมีสามี หรือภรรยาหลายคน จึงเกิด โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มากขึ้น สาเหตุการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ แบ่งออกเป็น3กลุ่ม 1.เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งบางชนิดสามารถรักษาให้หายขาดได้แต่บางชนิดก็ไม่มียารักษาและบางชนิดยังสามารถฝังตัวอยู่และสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีก โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อไวรัสได้แก่ จะเริ่มที่อวัยวะเพศ หูดหงอนไก่ ไวรัสตับอักเสบบี ฯลฯ 2.เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย และจะสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาปฏิชีวนะ ได้แก่ ซิฟิลิส หนองใน หนองในเทียม ท่อปัสสาวะอักเสบ ช่องคลอดอักเสบ ฯลฯ 3.เกิดจากเชื้ออื่นๆ เช่น พยาธิ และสามารถรักษาให้หายขาดได้ ด้วยการใช้ยาปฎิชีวนะ กลุ่มเสี่ยงต่อการเป็น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ -คนที่มีเพศสัมพันธ์กับชายหรือหญิงในสถานบริการใน3เดือนก่อนหน้า -คนที่มีคู่นอนมากกว่า1คน ในช่วง3เดือนก่อนหน้า -คนที่มีเพศสััมพันธ์กับคู่คนใหม่ ในช่วง3เดือนก่อนหน้า -ผู้ที่มีประวัติป่วยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ใน1ปีที่ผ่านมา -ผู้ที่มีคู่ครองอยู่คนละที่ อาการแบบใดที่สงสัยว่าเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หากคุณมีอาการเหล่านี้สามารถสงสัยได้ว่าเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ -ในผู้ชายะมีอาการปัสวะแสบขัด ขาหนีบบวม หรือเป็นฝี […]

สถานการณ์เกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศ

ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศยังเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนอยู่มาก เนื่องจากพฤติกรรมทางเพศถือเป็นเรื่องส่วนตัวและเป็นความลับ ดังนั้นข้อมูลที่จะกล่าวต่อไปนี้ จึงอาจมีหลายส่วนที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกครั้ง ในอเมริกามีบางรายงานแจ้งว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของเพศชาย และ 28 เปอร์เซ็นต์ของเพศหญิง มีเพศสัมพันธ์เพียงบางโอกาสในรอบ 1 ปี ในประเทศอังกฤษพบว่าประชาชนใช้เวลา 3.5 ปีในชีวิตสำหรับการกิน 2.5 ปีสำหรับการพูดโทรศัพท์ 2 สัปดาห์สำหรับการจุมพิต และมีเพศสัมพันธ์ 2580 ครั้งกับคู่ (โดยเฉลี่ย) 5 คน แม้ว่าอัตราการมีเพศสัมพันธ์จะลดลงเมื่ออายุมากขึ้น แต่พบว่าระยะเวลาความสัมพันธ์ หรือการแต่งงานกลับมีผลผกผันกับอัตราการมีเพศสัมพันธ์มากกว่าอายุ นอกจากนี้อัตราการมีเพศสัมพันธ์ยังแตกต่างกันในแต่ละวัฒนธรรม เพศสัมพันธ์หลังอายุ 40 ปี จะลดต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญในบางประเทศของทวีปเอเชียเมื่อเทียบกับทวีปยุโรป เช่น ในประเทศอินเดียคู่สมรสหลายๆคู่หยุดมีเพศสัมพันธ์หลังอายุ 50 ปี หรือเมื่อบุตรสาวแต่งงานหรือเมื่อมีหลายยายคนแรก เมื่อเรื่องเพศมีบทบาทสำคัญและมีผลกระทบต่อสังคมหลาย ๆด้าน จึงสมควรอย่างยิ่งที่เราจะต้องศึกษา เพื่อให้เข้าใจเรื่องเพศ และพฤติกรรมทางเพศของมนุษย์ในสังคม ตลอดจนการทำความเข้าใจในวัฒนธรรมทางเพศของกลุ่มสังคมย่อย และเข้าใจความขัดแย้งของวัฒนธรรมทางเพศที่อาจทำให้เกิดปัญหาขึ้นในสังคมได้ gclub download

อาหาร กระตุ้น อารมณ์รัก

หลาย ๆ คู่ที่พบว่าชีวิตรักเริ่มสั่นคลอนเพราะไม่มีความปรารถนาหรือฝักใฝ่ในเรื่องนี้ เพราะชีวิตมีอะไรคิดมากมาย อีกอย่างรู้สึกไม่มีอารมณ์หรือความต้องการ เพราะทุกอย่างเป็นปกติเหมือนเดิม … แต่คุณพ่อคุณแม่ทราบกันหรือไม่คะว่า เรื่องบนเตียงนี่แหละค่ะ ที่เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้ชีวิตคู่ของใครหลาย ๆ คนต้องสั่นคลอน และถ้าหากเราไม่อยากเป็นหนึ่งในนั้น ทำไมเราไม่ลองสรรหาวิธียกตัวอย่างเช่น ไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือหาอาหารอร่อย ๆ ทานสักมื้อนึงร่วมกันสองคน และถ้าหากพูดถึงอาหารละก็วันนี้เราจึงได้รวบรวมเอาสุดยอดอาหารปลุกอารมณ์รักให้โชติช่วงอีกครั้งมาฝากกันค่ะ จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูพร้อม ๆ กันเลย ช็อกโกแลต กลิ่นของช็อกโกแลตมีผลต่อปฏิกิริยาความรู้สึก อยากรัก ทั้งนี้ เพราะกลิ่นช็อกโกแลตจะเข้ากระตุ้นและไชอารมณ์ที่ประสาทรับกลิ่นและความ รู้สึกในสมอง จากนั้นร่างกายก็จะหลั่งฮอร์โมนออกมากระตุ้นความต้องการทางเพศ ที่สำคัญคือช็อกโกแลตมีส่วนผสมของ Theobromine และ Alkaloid ซึ่งมีคุณสมบัติก่อให้เกิดความตื่นตัวในเรื่องรักๆ ใคร่ๆ มากเป็นพิเศษ แล้วยังอุดมไปด้วยสาร Phenylethlamine สามารถกระตุ้นให้เกิดความตื่นเต้นและรู้สึกดีในชีวิต หอยนางรมสด จะมีธาตุอาหารสังกะสีเยอะ ซึ่งมีผลต่อการกระตุ้นฮอร์โมน Dopamine กระตุ้นความต้องการทางเพศและช่วยเพิ่มความสนุกในการมีเซ็กซ์ได้ทั้งในหญิง และชาย สังกะสียังมีส่วนบำรุงสุขภาพสเปิร์มของคุณผู้ชายให้แข็งแรงและมีปริมาณพร้อม รับศึก รักมากขึ้นอีกด้วย น้ำมันมะกอก ในการทานอาหารแต่ละครั้งควรเลือกเมนูที่มี ส่วนผสมของน้ำมันมะกอกด้วย หากทำอาหารทานเองควรจะเปลี่ยนจากการใช้น้ำมันพืชทั่วไปมาใช้น้ำมันมะกอกแทน โดยเฉพาะน้ำมันสกัดจากมะกอกเขียว ซึ่งช่วยปรับปรุงโครงสร้างของเชื้ออสุจิ และเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้เป็นอย่างดี […]

อาหารและเพศสัมพันธ์

การเติมพลังให้กับร่างกายด้วยอาหารที่เหมาะสม จะช่วยเพิ่มระดับอารมณ์และพลังงานเพื่อสนับสนุนความสัมพันธ์ที่ดีต่อสุขภาพและชีวิตทางเพศ การมีสุขภาพที่ดีที่สุดควรรับประทานอาหารที่อุดมด้วยสารอาหารซึ่งมีไขมันทรานส์น้อยมีไขมันอิ่มตัว เพิ่มนํ้าตาลและโซเดียมอย่างเหมาะสม ทานผลไม้ที่มีความหลากหลาย ผักธัญพืช พืชตระกูลถั่วที่เติบโตบนดิน เช่น อัลมอนด์ วอลนัท มะม่วง หิมพานต์ แมคคาเดเมีย) โปรตีนปราศจากไขมัน ซึ่งพบมากในเนื้อไก่ เนื้อปลา เนื้อสันที่ไม่ติดมัน เพื่อหลีกเลี่ยงการเพิ่มนํ้าหนัก ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงไขมันทรานส์(Trans fat)ซึ่งเป็นไขมันไม่อิ่มตัวและพบได้ไม่บ่อยในธรรมชาติ แต่สามารถสังเคราะห์ขึ้นได้จากกระบวนการแปรรูปกรดไขมันไม่อิ่มตัวให้กลายเป็นกรดไขมันอิ่มตัวสูง ตัวอย่างเช่น การทำนํ้ามันพืช จะมีการเติมไฮโดรเจนลงไปในนํ้ามันพืช เรียกว่า กระบวนการไฮโดรจีเนชั่น เช่น นํ้ามันถั่วเหลือง หรือแม้กระทั่งการแปรรูปหรือแม้กระทั่งการแปรรูปให้มีลักษณะเป็นกึ่งของแข็ง เช่น มาร์การีนหรือเนยเทียม เนยขาว ครีมเทียม เป็นต้น โดยวัตถุดิบเหล่านี้จะมีชื่อบนฉลากอาหาร คือ กรดไขมันชนิดทรานส์ อาร์จินีน(arginine)อาร์จินีน หรือที่เรียกว่าแอลอาร์จินีน(L-arginine)เป็น กรดอะมิโน(amino acid)ชนิดหนึ่งและในทางโภชนาการจัดเป็นกรดอะมิโนที่จำเป็น สำหรับทารกและเด็กที่กำลังเจริญเติบโต แอลอาร์จินีนจะกระตุ้นให้ร่างกายผลิตไนตริกออกไซด์ เพื่อช่วยในเรื่องการขยายตัวของหลอดเลือด ซึ่งช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี ถ้าเป็นผู้ชายจะช่วยการไหลเวียนของเลือดที่ดีไปยังเนื้อเยื่ออวัยวะเพศในองคชาต เป็นสิ่งสำคัญสำหรับ “การแข็งตัว” ของอวัยวะเพศรวมทั้งกระตุ้นการหลั่งโกรทฮอร์โมน(Growth Hormone)ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญในการคงความเป็นหนุ่มเป็นสาว ช่วยชะลอความแก่ เมื่อทานอาหารเสริมที่มีอาร์จินีนจะมีการทำลายส่วนใหญ่ของอาร์จินีนมากที่สุดภายในลำไส้ก่อนที่จะเข้าถึงกระแสเลือด การรับประทานอาหารเสริมชนิดแอลอาร์จินีนอาจเป็นประโยชน์มากกว่า เพราะแอลอาร์จินีนเป็นกรดอะมิโนอีกชนิดหนึ่งที่เปลี่ยนเป็นอาร์จินีนในร่างกาย มีการศึกษาขนาดเล็ก […]

โรคเอดส์ คืออะไร

โรคเอดส์ เกิดจากการติดเชื้อไวรัสมีชื่อว่า ฮิวแมนอิมมิวโนเดฟีเซียนซีไวรัส (Human Immunodeficiency Virus :HIV) หรือเรียกย่อ ๆ ว่า เชื้อเอชไอวี โดยเชื้อเอชไอวีจะเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันโรค ทำให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อมีภูมิคุ้มกันต่ำลง จนร่างกายไม่สามารถต้านทานเชื้อโรคได้อีก โรคต่าง ๆ (หรือเรียกอีกนัยหนึ่งว่า โรคฉวยโอกาส) จึงเข้ามาซ้ำเติมได้ง่าย เช่น วัณโรค ปอดบวม ติดเชื้อในระบบโลหิต เชื้อรา ฯลฯ และทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในที่สุด สายพันธุ์ของโรคเอดส์ เชื้อไวรัสเอดส์มีหลายสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์หลักดั้งเดิมคือ เอชไอวี-1 (HIV-1) ซึ่งแพร่ระบาดในแถบสหรัฐอเมริกา ยุโรป และแอฟริกากลาง, เอชไอวี-2 (HIV-2) พบแพร่ระบาดในแถบแอฟริกาตะวันตก นอกจากนี้ยังพบสายพันธุ์อื่น ๆ ที่กลายพันธุ์มาอีกมากมาย การป้องกันโรคเอดส์ ปัจจุบันมีวัคซีนที่จะสามารถป้องกันโรคเอดส์ได้วิธีที่ดีที่สุดคือการป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อโรคเอดส์ ซึ่งกระทำได้ดังนี้ ไม่สำส่อนทางเพศกับทั้งชายและหญิง ไม่ร่วมเพศกับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเอดส์ หรือถ้าจำเป็นก็เลือกใช้แต่ถุงยางอนามัยที่มีคุณภาพดีทุกครั้ง โดยเฉพาะชนิดที่เคลือบ โนน็อกซินอล (N-11) ซึ่งมีฤทธิ์ฆ่าไวรัสเอดส์ เริม ซิฟิลิส ทำให้มั้นใจยิ่งขึ้น หลีกเลี่ยงการใช้ยาเสพติด โดยเฉพาะการใช้เข็มหรือกระบอกฉีดยาร่วมกัน […]

โรคติดต่อทางเพศคืออะไร

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ โดยอาจเกิดจากการที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีเชื้อมาก่อนเมื่อมีเพศสัมพันธ์จึงแพร่เชื้อไปสู่อีกคน โรคที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์อันตรายกว่าที่คิด ไม่เพียงแต่ส่งผลเสียต่อตนเองและคู่นอนเท่านั้น หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีเพศสัมพันธ์กับหลายคนจะทำให้โรคต่าง ๆ แพร่ไปสู่บุคคลอื่นได้ และถ้าคนใหม่ที่ติดเชื่อไปมีเพศสัมพันธ์กับคู่รักตนเองหรือกับคนอื่นอีก ก็จะทำให้เชื่อถูกแพร่ออกไปไม่รู้จบ ทำให้กระทบต่อครอบครัวอื่นอีกมากมาย สุดท้ายจนเป็นปัญหาระดับสังคม และเศรษฐกิจ

เพศศาสตร์ในอนาคต

อนาคตของเพศศาสตร์ขึ้นอยู่กับการคงอยู่ของกระบวนการสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล ผลที่เกิดขึ้นยุโรป คือ มีครอบครัวที่มีบุพการีเพียงคนเดียวจำนวนมากและผลตามมาก็คือ การเรียนรู้เรื่องสังคมของเด็กและความอ่อนแอทางเศรษฐกิจของครอบครัว กระบวนการสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลทำให้ชีวิตคู่ไม่แตกต่างอะไรกับสัตว์ชั้นต่ำที่อาศัยอยู่ในระบบปิด ซึ่งมีความต้องการเพียงเพื่อผสมพันธุ์และสืบเผ่าพันธุ์โดยไม่ต้องสนใจใยดีกับสังคม เมื่อมนุษย์ปิดตาจากสิ่งแวดล้อม ไม่เพียงแต่ร่างกายเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แม้แต่จิตใจเองก็อาจยากที่จะทนภาวะนี้ได้ เมื่อสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลพัฒนากว้างออกไปปัญหาเกี่ยวกับการดำรงชีวิตที่เป็นไปด้วยตนเองเพื่อตัวเองมนุษย์จึงให้ความสำคัญต่อสุขภาพของตนเองสูงสุดเนื่องด้วยสุขภาพเกี่ยวข้องโดยตรงกับเพศสัมพันธ์ สถานฟิตเนสและสถานเสริมความงามผุดขึ้น และได้รับความนิยมอย่างมากทั้งเพศชายและเพศหญิง การโฆษณาส่งเสริมการขายโดยใช้สัญลักษณ์ทางเพศเพื่อกระตุ้นลูกค้าวัยเจริญพันธุ์ เป็นเครื่องยืนยันถึงวัฒนธรรมส่วนบุคคล แต่การเติบโตขึ้นของเพศศาสตร์ในปัจจุบันมีบางส่วนที่มีวัตถุประสงค์เช่นเดียวกับอดีต ความเป็นอิสระของการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งในอดีตถือว่าเป็นสิ่งที่ผิด แต่กลับได้รับการยอมรับว่าเป็นเรื่องปกติในปัจจุบัน โดยเฉพาะการนำไปพูดในสื่อในลักษณะเปิดเผย เป็นการดำเนินการภายใต้วัตถุประสงค์ที่ว่าจะหาความรู้และความจริง นอกจากนี้ความแข็งแรงของร่างกายมนุษย์ ถูกนำมาเกี่ยวข้องกับเพศศาสตร์ ทำให้มนุษย์เกิดความเครียดและความเสี่ยง เพื่อทำให้ร่างกายมีความสมส่วนในการกระตุ้นทางเพศ โดยสรุปการพัฒนาการของเพศสัมพันธ์ในอนาคตน่าจะเป็นไปในลักษณะผสมผสาน เมื่อเสรีภาพถูกแทนที่ ร่วมกับมีการเปลี่ยนแปลงของสังคม มีผลทำให้เกิดการปรับตัวของสังคม เพื่อให้บทบาทถูกแสดงออกอย่างถูกต้อง

การพัฒนาด้านเพศศาสตร์

การพัฒนาด้านเพศศาสตร์ สามารถแบ่งได้เป็น 3 ยุค คร่าวๆ ดังนี้ ยุคบิดาธิปไตย (Male dominance and hierarchy) ยุคความรักแบบโรแมนติก (Romantic love) ยุคปัจจุบัน (Modern sexuality) 1.ยุคบิดาธิปไตย ในยุคของผู้ชายเป็นใหญ่ และยุคขุนนาง การแลกเปลี่ยนของมีค่าและสตรี ถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องและเพศศาสตร์ก็จัดอยู่ในกระบวนการที่สำคัญของการคงอยู่ของชนเผ่า สตรีและเด็กจะถูกปกป้องอย่างดีจากศัตรูภายนอก เมื่อสังคมเข้ามาสู่ยุคของบิดาเป็นใหญ่ในบ้าน เพศชายสามารถแสดงออกอย่างเสรีในด้านเพศต่อภรรยา หญิงรับใช้ ทาส หรือโสเภณี โดยหน้าที่ของสตรีมีเพียงการสร้างความพึงพอใจในด้านเพศต่อชาย และการเลี้ยงดูบุตร เมื่อศึกษาถึงเพศศาสตร์ในช่วง 200 ปี ที่แล้วมา ในภาษากรีก คำว่า “aphrodisia” หมายถึงการแสดงกิริยา หรือการสัมผัสซึ่งกระตุ้นความต้องการทางเพศ พฤติกรรมทางเพศและการเร้าอารมณ์ถูกพัฒนาผ่านทางอาหาร การแต่งงาน นครโสเภณีและการมีเพศสัมพันธ์กับเด็กชาย โดยมีการควบคุมเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย การนอน การสืบพันธุ์ ให้มีความสอดคล้องกัน ปัญหาทางเพศทุกชนิดไม่สามารถนำมาพูดคุยกันได้ จนกระทั่งล่วงเข้าสู่ยุคของสังคมคริสเตียน เพศสัมพันธ์ในสมัยกรีกไม่จำเพาะที่จะมีเพศสัมพันธ์กับภรรยาเท่านั้น ยังสามารถมีเพศสัมพันธ์กับโสเภณี ภรรยาลับหรือทาสได้อีกด้วย โดยภรรยาต้องให้ความซื่อสัตย์ต่อสามีเท่านั้น ในยุคกรีกการแต่งงานได้รับการยอมรับและถือเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ 2.ยุคความรักแบบโรแมนติก […]

การพัฒนาและอนาคตของเพศศาสตร์

เมื่อเริ่มต้นของมนุษยชาติการสืบพันธุ์และให้กำเนิดบุตรถือเป็นหน้าที่ที่สำคัญ กระบวนการทางสังคมในการเลือกคู่และการแต่งงานได้ก็ถูกจัดขึ้นเพื่อหน้าที่นี้ ในยุคของบิดาเป็นผู้ปกครอง อำนาจเด็ดขาดต่อภรรยาและบุตรตกอยู่กับบิดา รวมทั้งเรื่องการมีเพศสัมพันธ์และการเลือกคู่ เมื่อกระบวนการทางสังคมของมนุษยชาติเริ่มเปลี่ยนแปลงไป บทบาทของพ่อได้ถูกปรับปรุงแก้ไขโดยสังคมวัฒนธรรม การเลือกคู่โดยคำนึงถึงความรัก และต้องการมีคู่เพียงคนเดียว นอกจากนี้ ในสังคมปัจจุบันการเลือกคู่หรือกิจกรรมทางเพศยังคำนึงถึงเรื่องสิทธิส่วนบุคคลเพิ่มเข้ามาอีกด้วย เพศสัมพันธ์นอกจากจะเป็นหน้าที่หลักทางชีววิทยาของมนุษย์แล้ว ยังช่วยลดความเครียดในการดำรงชีวิตจากการกระตุ้นต่ออวัยวะเพศ ความสุขจากการมีเพศสัมพันธ์จึงจัดเป็นผลพลอยได้ที่สำคัญของการมีเพศสัมพันธ์นอกจากการสืบเผ่าพันธุ์หรือการขยายพันธุ์ของมนุษย์ ดังนั้นเพศศาสตร์จึงรวมถึงความสุขที่สำคัญของมนุษย์ที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ อย่างไรก็ตามยังมีความเชื่อโบราณที่กล่าวถึงเพศสัมพันธ์ไว้เฉพาะการทำหน้าที่สืบเผ่าพันธุ์ โดยจัดความสุขที่เกิดขึ้นว่าเป็นบาปที่ต้องชำระล้างอกไป สตรีมีหน้าที่ในการตั้งครรภ์และการเลี้ยงดูบุตร ซึ่งเป็นผลจากการมีเพศสัมพันธ์ ดังนั้นสังคมจึงเริ่มผูกเรื่องเพศศาสตร์และการเจริญพันธุ์ เข้าไว้ด้วยกัน ด้วยเหตุดังกล่าวหญิงหรือชายที่ต้องการมีคู่ จึงต้องเลือกคู่ของตนให้เหมาะสมกับคุณสมบัติด้านเพศ และด้านการเจริญพันธุ์รวมไว้ในคนเดียวกัน