สอนลูกอย่างไรให้ไม่ต่อต้าน

 

 

เริ่มต้นที่จะฟังลูกก่อน
การที่จะทำให้ลูกฟังสิ่งที่พ่อแม่พูดนั้นจัดเป็นงานที่ท้าทายอีกอย่างหนึ่ง ก่อนที่จะคุณจะทำให้ลูก ๆ หันมาฟังคุณพูดนั้น พ่อแม่ต้องทำเป็นตัวอย่างก่อน และใช้จุดนี้เป็นสอนให้ลูกรู้จักทักษะการเป็นผู้ฟังที่ดี ซึ่งพวกคุณต้องแน่ใจว่าเป็นผู้ฟังที่ดีของลูกอย่างเต็มที่ด้วยหรือยัง ดังนั้นหากลูกเดินเข้ามาหาเพื่อรตองการจะพูดคุยกับคุณ ก็ควรหยุดทุกอย่างที่ทำอยู่และหันมาสนใจฟังในสิ่งที่ลูกกำลังพูด คอยสบตาเพื่อให้ลูกรู้ว่าพ่อแม่กำลังฟัง และไม่ขัดจังหวะในขณะที่ลูกพูด อาจมีคำพูดง่าย ๆ ตอบรับในบางจังหวะ แต่ก็ควรระมัดระวังน้ำเสียงในขณะที่กำลังพูดคุยกับลูกด้วย การที่พ่อแม่ตั้งใจรับฟังลูกพูดทันทีที่ลูกต้องการ เขาจะเห็นได้ถึงความห่วงใยของพวกคุณ และกล้าที่จะพูดคุยกับพ่อแม่อย่างเปิดใจมากขึ้นด้วย เพราะฉะนั้นถ้าต้องการให้ลูก ๆ ฟังคุณ มันเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกที่ต้องเข้าใจว่าพ่อแม่จะสื่อสารกับลูกก่อนเช่นไร

น้ำเสียง เป็นส่วนสำคัญ
ในบางครั้งลูก ๆ อาจจะจงใจไม่ฟังที่พ่อแม่พูด เมื่อพ่อแม่เริ่มจู้จี้จุกจิกเกินไป หรือรู้สึกว่าพ่อแม่กำลังดุหรือโกรธเขาอยู่ในสิ่งที่ไม่เป็นไปตามต้องการ แทนที่พวกคุณจะมาหัวเสียหงุดหงิดกับการที่ลูกไม่สนใจฟัง ลองพยายามเปลี่ยนสถานการณ์นี้เสียใหม่ แทนที่จะคอยออกคำสั่งหรือดุด่าเสียงดัง ก็สนับสนุนให้ลูกได้มีส่วนร่วมด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นแต่ไม่ดุดัน เช่น ถ้าลูกกำลังกินขนมอยู่และมีเศษขนมตกพื้นแทนที่พ่อแม่จะดุว่า ก็แค่ชี้ไปที่เศษขนมแล้วขอให้ลูกนำไปทิ้งลงในถังขยะ หรือแทนที่จะดุว่ากล่าวเวลาที่ลูกงอแง ก็ควรใช้น้ำเสียงธรรมดาปกติพูดและอธิบายให้ลูก บอกกับเขาว่าพ่อแม่ฟังไม่เข้าใจว่าลูกพูดอะไรตอนที่โยเย นั้นจะทำให้ลูกได้รับรู้ว่าพ่อแม่มีความตั้งใจฟังในสิ่งที่ลูกกำลังพูดขนาดไหน

 

สบตา + ชัดเจน
นอกจากความสนใจฟังและใช้ระดับน้ำเสียงที่อ่อนโยนแล้ว ภาษากายก็ยังเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ลูก ๆเรียนรู้ที่จะรับฟัง ดังนั้นเมื่อจะรับฟังสิ่งที่ลูกพูดควรย่อตัวไปสูงเท่ากับพวกเขา สบตาเขา และตั้งใจฟัง เวลาที่พ่อแม่จะพูดก็เช่นกัน เมื่อเริ่มต้นให้คำสั่งที่ชัดเจนจะทำให้ลูกเข้าใจง่ายขึ้นและเชื่อฟังคุณ

หาสาเหตุของปัญหา
ก่อนหน้าที่ลูกเป็นเด็กเชื่อฟัง แต่บางครั้งการที่ลูกไม่ฟังพ่อแม่นั้น เราควรสังเกตและทำความเข้าใจว่าเหตุที่ลูกทำกริยาเช่นนี้เป็นเพราะอะไร อาจเป็นการแสดงออกให้เห็นว่าลูกกำลังโกรธหรือเศร้าเสียใจอยู่ หรือการแสดงกริยาดื้อดึงเป็นเพราะต้องการให้พ่อแม่เอาใจใส่มากขึ้น เช่น เมื่อมีน้องเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในบ้าน การถูกกลั่นแกล้งหรือล้อเลียนตอนอยู่ที่โรงเรียน การถูกพ่อแม่ดุ นั่นก็เป็นสาเหตุพอที่จะทำให้ลูกปฏิเสธที่จะรับฟัง เด็ก ๆ นั้นจะมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปเรื่อยตามอายุที่โตขึ้น พ่อแม่ต้องพูดคุยกับลูกให้มากและหาคำตอบว่ามันเกิดอะไรขึ้น คอยบอกลูก ๆ ตลอดเวลาว่า พ่อแม่นั้นรักลูกอย่างไม่มีเงื่อนไข

 

 

ขอบคุณที่มา :: th.theasianparent