อยากได้ลูกแฝดต้องทําอย่างไร ??

 

วิธีการมีลูกแฝด

สำหรับการมีลูกแฝดด้วยวิธีธรรมชาติตามที่กล่าวมานั้น แม้ว่าปัจจัยดังกล่าว “อาจจะ” ช่วยเพิ่มโอกาสให้มีลูกแฝดได้ก็ตาม แต่ถ้าคุณแม่ที่ไม่มีเชื้อชาติเป็นคนผิวสีหรือญาติทางฝ่ายคุณแม่ไม่เคยมีใครตั้งครรภ์แฝด ก็แทบจะไม่มีโอกาสที่จะได้ลูกแฝดเลยครับ พูดง่าย ๆ ก็คือหวังผลอะไรไม่ได้เลยครับ ถ้าจะเรียกว่าเป็นเรื่องของดวงหรือความฟลุกก็คงจะไม่ผิด เรียกได้ว่าซื้อหวยยังถูกง่ายกว่าเลยครับ

แต่วิธีที่เป็นไปได้มากที่สุดและหวังผลได้ก็คือการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์อย่างการทำเด็กหลอดแก้วครับ เพราะเป็นกรณีที่พบได้บ่อยที่สุดของการตั้งครรภ์แฝด ซึ่งจะทำให้ได้ลูกแฝดมากกว่าธรรมชาติถึง 20 เท่า !! (โดยเฉพาะแฝดเทียม) หากแพทย์ทำการย้ายตัวอ่อนกลับเข้าไปมากกว่า 1 ตัวก็จะมีความเป็นไปได้ว่าตัวอ่อนทุกตัวหรือมากกว่า 1 ตัวที่ย้ายเข้าไปจะมีโอกาสฝังตัวและเจริญเติบโตเป็นฝาแฝด ซึ่งตรงนี้ยังเป็นเรื่องที่เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ในปัจจุบันไม่สามารถควบคุมให้ได้ทารกตามจำนวนที่ต้องการได้ครับ เรื่องจำนวนทารกจึงเป็นเรื่องของดวงหรือความฟลุกอีกเช่นกันครับ

อย่างไรก็ตาม โดยปกติแล้วการทำเด็กหลอดแก้วจะมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้เกิดการตั้งครรภ์ของผู้ที่มีบุตรยากเท่านั้นครับ ไม่ได้มุ่งหวังให้เกิดการตั้งครรภ์แฝดเหมือนที่หลาย ๆ คนเข้าใจ เพราะการตั้งครรภ์แฝดนั้นถือเป็นภาวะแทรกซ้อนอย่างหนึ่งที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ ถ้าคุณแม่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องการมีบุตรยาก แพทย์ก็คงไม่อยากเสี่ยงทำให้หรอกครับ แต่สำหรับผู้ที่มีภาวะมีบุตรยากและหวังฟลุกอยากมีลูกแฝด ถ้าเป็นโรงพยาบาลของเอกชนก็จะมีค่าใช้จ่ายในการทำเด็กหลอดแก้วร่วมกับการทำอิ๊กซี่ (IVF/ICSI) อยู่ที่ประมาณ 150,000-200,000 บาทครับ (ถ้าเป็นโรงพยาบาลของรัฐบาลเขาจะไม่ให้เลือกครับว่าจะคุณจะเอาลูกแฝดหรือไม่ หรือจะเอาลูกแฝดกี่คน เพราะเป็นเรื่องที่ผิดจริยธรรม แม้ว่าปกติแล้วหมอจะต้องใส่ตัวอ่อนมากกว่า 1 ตัวก็ตาม (ไม่เกิน 3) แต่นั่นก็หวังให้ติดเพียงแค่ 1 คนเท่านั้น ถ้าใส่เกินนี้และเกิดติดทั้งหมด ก็จะเป็นอะไรที่เสี่ยงมากครับ แต่ถ้าคุณแม่หวังฟลุกอยากจะได้ลูกแฝดจริง ๆ ก็คงต้องปรึกษาแพทย์ที่โรงพยาบาลเอกชนครับ)

เพราะฉะนั้นแล้วการตั้งครรภ์ที่มีทารกเพียงคนเดียว จึงมีความปลอดภัยมากกว่า แถมคุณแม่ยังสามารถเอาใจใส่ดูแลลูกน้อยได้อย่างเต็มที่ ผมจึงอยากให้คุณพ่อคุณแม่สมัยใหม่ได้ปรับเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับการมีลูกแฝดว่า อย่ามองแต่เพียงความน่ารักของตัวเด็กแล้วเกิดความคิดที่อยากจะมีลูกแฝดเหมือนครอบครัวอื่น ๆ ผมอยากให้คุณแม่คำนึงถึงความปลอดภัยและความสมบูรณ์ของลูกน้อยมาเป็นอันดับแรก เพราะแม้จะมีหลาย ๆ ครอบครัวที่โชคดีมาก ๆ ที่สามารถผ่านพ้นความเสี่ยงต่าง ๆ มาได้ตลอดการตั้งครรภ์ แต่ก็มีอีกหลายครอบครัวเลยครับที่ต้องผิดหวังไปกับการสูญเสียทารกในครรภ์จากการตั้งครรภ์แฝด แถมยังต้องมาลุ้นกันต่ออีกว่าลูกแฝดที่ออกมานั้นจะเป็นแฝดแท้ที่มีหน้าตาเหมือนกันอย่างที่คุณแม่ต้องการหรือเปล่า เพราะถ้าลูกแฝดเทียมขึ้นมาก็คงไม่ต่างอะไรจากพี่น้องที่คลานตามกันมาหรอกครับ อีกทั้งโอกาสที่จะได้แฝดเทียมก็มีสูงกว่าแฝดแท้ด้วยครับ ยังไงก็ลองนำข้อมูลเหล่านี้ไปประกอบการตัดสินใจกันดูนะครับ

 

 

เรื่องแปลกของครรภ์แฝด
ความต่างของแฝดแท้ แฝดแท้แม้ว่าจะมี DNA เหมือนกัน (เพราะเกิดจาก Zygote เดียวกัน) แต่สิ่งที่เกิดจากการเลี้ยงดู อาหารการกิน และสภาพแวดล้อม อาจทำให้ลักษณะต่าง ๆ ของฝาแฝดแท้ไม่เหมือนกันก็ได้ครับ กล่าวคือ หน้าตาตอนโต (อาจเพี้ยนต่างกันไปบ้าง), ลายนิ้วมือ, ม่านตา เป็นต้น
เรื่องบังเอิญของฝาแฝดที่ถูกแยกกันเลี้ยง เป็นเรื่องของแฝดคู่หนึ่งที่ถูกแยกเลี้ยงโดยพ่อ-แม่บุญธรรมที่อยู่ในรัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทั่งคู่มีชื่อว่า James เหมือนกัน (คือ James Edward Lewis กับ James Arthur Springer) ต่อมาทั้งคู่ได้มีโอกาสเจอกันตอนอายุ 39 ปี ซึ่งก่อนหน้าที่จะได้เจอกันทั้งคู่ต่างได้ทำงานเกี่ยวกับกฎหมาย (เป็นนายอำเภอและหน่วยรักษาความปลอดภัย), ในหนึ่งวันทั้งคู่ชอบมีอาการปวดหัวในเวลาเดียวกัน, มีสุนัขชื่อ Toy เหมือนกัน, แต่งงานมาแล้วสองครั้งเหมือนกัน ภรรยาคนแรกมีชื่อว่า Linda และมีภรรยาคนที่สองชื่อ Betty เหมือนกัน แถมยังมีลูกชายชื่อ James Alan เหมือนกันเป๊ะ ๆ อีกด้วย !!
ในครรภ์เดียวมีทั้งแฝดแท้และแฝดเทียม จากการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์พบว่ามีบางกรณีที่เมื่อทำการย้ายตัวอ่อนกลับเข้าไป 2 ตัว แต่สุดท้ายกลับได้ทารกมากกว่า 2 คน ซึ่งเป็นกรณีที่เกิดจากตัวอ่อนตัวใดตัวหนึ่งมีการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนขึ้นมาในภายหลัง จึงกลายเป็นว่ามีทั้งแฝดแท้และแฝดเทียมในคราวเดียว หรือบางกรณีก็อาจเกิดจากการที่มีแค่ตัวอ่อนเพียงตัวเดียวที่ฝังตัวได้จากตัวอ่อนทั้งหมดทั้ง 2 ตัวที่ย้ายกลับกลับเข้าไป แล้วตัวอ่อนที่ฝังตัวได้นั้นเกิดการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนเป็นแฝดแท้ 3 คน

แฝดท้องเดียวแต่คนละพ่อ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่โปแลนด์ โดยที่คุณแม่ได้คลอดเด็กออกมาเป็นแฝดหญิงและแฝดชาย แต่เธอไม่แน่ใจว่าเป็นลูกของใครกันแน่ระหว่างชู้และสามี เธอจึงได้ตรวจพิสูจน์เพื่อหาว่าใครเป็นพ่อที่แท้จริง แต่เมื่อผลตรวจ DNA ออกมาก็ชวนให้เธอประหลาดใจมาก เพราะลูกชายดันมี DNA ตรงกับสามี แต่ลูกสาวกลับมี DNA ตรงกับชู้ของเธอ ซึ่งแพทย์ได้ให้คำอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า เกิดจากแม่ของเด็กแฝดตกไข่ 2 ฟองพร้อมกัน และช่วงที่ตกไข่ได้ไปมีเพศสัมพันธ์กับชาย 2 คน จึงเป็นผลให้เกิดปรากฏการณ์แฝดต่างพ่อนั่นเอง

ฝาแฝดที่เกิดห่างกันถึง 87 วัน เป็นเรื่องราวของคุณแม่ชาวไอร์แลนด์ชื่อ “มาเรีย” ที่เธอเริ่มเจ็บท้องคลอดตอนตั้งครรภ์ได้เพียง 24 สัปดาห์ (ปกติคือ 40 สัปดาห์) และหลังจากนั้น 2 วันเธอได้ให้กำเนิดลูกสาวที่เป็นแฝดพี่ชื่อ “เอมี่” แต่เรื่องแปลกที่เกิดขึ้นก็คือเธอไม่มีอาการเจ็บท้องคลอด (ลูกอีกคน) เลย ทั้ง ๆ ที่แพทย์ให้ยากระตุ้นแล้ว จนกระทั่งตั้งครรภ์ได้ 36 สัปดาห์ เธอก็ได้ให้กำเนิดลูกแฝดอีกคนชื่อ “เคธี่” โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือช่วยคลอดเลย ที่สำคัญก็คือเด็กทั้งคู่ปลอดภัยครับ
แฝดมากที่สุดในโลก ในที่นี้จะพูดถึงแฝดที่คลอดออกมาแล้วมีชีวิตรอดครับ เท่าที่มีการบันทึกทางการแพทย์ พบว่าแฝดที่มากที่สุดและมีชีวิตรอดได้ทั้งหมดนานกว่า 7 วัน คือ แฝด 8 (แฝดแปดคน) แบ่งเป็นชาย 6 คน และหญิง 2 คน ซึ่งเป็นกรณีที่เกิดขึ้นกับหญิงสาวชาวไนจีเรียชื่อ Nadya Suleman อายุ 33 ปี ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้เองครับ เมื่อปี ค.ศ.2009 จึงทำให้เธอได้รับฉายาจากสื่อว่า Octomom (คุณแม่แฝดแปด)
แฝดที่มีจำนวนมากที่สุดที่เคยเกิดขึ้นบนโลก เป็นกรณีของแฝดที่เกิดขึ้นพร้อมกันในครรภ์เดียวที่เรียกว่า แฝดเก้า (Nonuplets) ที่เคยเกิดขึ้นเพียง 3 ครั้งเท่านั้น และทั้งหมดได้เสียชีวิตก่อน 7 วันทั้งสิ้น

 

 

 

ขอบคุณที่มา :: medthai