วิธีการป้องกันโรคติดต่อทางเพศ

วิธีการป้องกันโรคติดต่อทางเพศ
รวมวิธีการป้องกันโรคติดต่อทางเพศ

คงไม่มีการรักษาใดที่ดีไปกว่าการป้องกัน เพราะโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นั้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อร่างกาย แต่ยังส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างมาก หลายคนอายจนกลายเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเอง และที่แย่กว่านั้นคือทำให้

  • อันดับแรกคือการมีสามีหรือภรรยาคนเดียวหมายถึงการไม่เปลี่ยนคู่นอน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของการป้องกันไม่ให้เกิดโรคติดต่อทางเพศ
  • อย่ามองข้ามถุงยางอนามัย เพราะการใส่ถุงยางอนามัยจะช่วยป้องกันการติดเชื้อได้มากมาย
  • อย่าคิดว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องไกลตัว ควรเรียนรู้อาการของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เอาไว้บ้าง
  • หลีกเลี่ยงการร่วมเพศขณะมีประจำเดือน เพราะจะทำให้เกิดโรคติดต่อได้ง่ายกว่าปกติ
  • ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักเพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อเร็วกว่าปกติ หากจำเป็นให้สวมถุงยางอนามัย
  • ให้ตรวจประจำปีเป็นประจำ

หลายคนนิยามโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์นี้ว่า “โรคฉาบฉวย” เพราะมักเกิดขึ้นกับคนที่ไม่ระวัง เปลี่ยนคู่นอนไปเรื่อย ๆ หรือคนที่คึกคะนอง โดยเฉพาะในหมู่วันรุ่นไปจนถึงวัยทำงาน ด้วยความสนุกจนไม่ทันระวังแต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วมักรักษายากบางโรคเป็นนานหลายปี บางโรคไม่หายขาดด้วยซ้ำไป และหลายรายที่มักจะเสียใจทีหลังเพราะแก้ไขอะไรไม่ได้ อย่างไรก็ตามเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวและสามารถป้องกันได้หากรู้จักยับยั้งชั่งใจ และป้องกันให้ถูกวิธี ก็จะช่วยลดการเกิดโรคสัมพันธ์ทางเพศได้

การรักษา
ควรรีบไปพบแพทย์ เมื่อมีอาการข้างต้น ยิ่งได้รับการรักษาตั้งแต่เริ่มต้นจะทำให้รักษาหายขาด ไม่กลับมาติดโรคอีก
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อย
1.หนองในแท้ เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ที่เรียกว่า ทำให้เกิดอาการระคายเคืองในท่อปัสสาวะ แสบขัดเวลาปัสสาวะ มีหนองไหลออกจากท่อปัสสาวะ อาจจะทำให้เกิดการอักเสบในช่องท้อง หรือเป็นหมันหากไม่ได้รับการรักษา
2.การติดเชื้อ clamydia (หนองในเทียม) เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อยที่สุด ทำให้เกิดอาการมีหนองไหลและมีอาการระคายเคืองบริเวณอวัยวะเพศ สำหรับผู้หญิงที่ไม่ได้รักษาอาจจะทำให้เกิดการอักเสบในช่องเชิงกรานเป็นหมัน หรือตั้งครรภ์นอกมดลูก
3.ซิฟิลิส เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้ไม่บ่อย การติดเชื้อเริ่มแรกจะเป็นก้อนแข็งไม่เจ็บที่อวัยวะเพศ ไม่ไม่รักษาจะกลายเป็นระยะที่สองที่เรียกว่าเข้าข้อหรือออกดอก หากทิ้งไว้นานจะติดเชื้อที่ระบบประสาท และหัวใจ
4.แผลริมอ่อน เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เกิดจากเชื้อ Haemophilus Ducreyi ลักษณะของโรคจะมีแผลที่อวัยวะเพศ บวมและเจ็บ บางคนมีต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบหรือที่ชาวบ้านเรียกไข่ดันบวม หากไม่รักษาหนองจะแตกออกจากต่อมน้ำเหลือง
5.เริมที่อวัยวะเพศ เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดเชื้อไวรัส herpes simplex virus ทำให้เกิดอาการปวดแสบบริเวณขา ก้นหรืออวัยวะเพศ และตามด้วยผื่นเป็นตุ่มน้ำใส แผลหายได้เองใน 2-3 สัปดาห์แต่เชื้อยังอยู่ในร่างกาย เมื่อร่างกายอ่อนแอ เชื้อก็จะกลับเป็นใหม่
6.หูดหงอนไก่ เกิดจากเชื้อไวรัส human papillomavirus ทำให้เกิดหูดที่อวัยวะเพศลักษณะเป็นผื่นนูน ไม่เจ็บ ผื่นจะมีขนาดใหญ่ขึ้น หากไม่รักษาผื่นจะโตเป็นลักษณะหงอนไก่ Molluscum
7.โรคเอดส์ เป็นโรคที่เริ่มมีรายงานเมื่อปี 1981 เกิดจากเชื้อ human immunodeficiency virus (HIV), ซึ่งเป็นเชื้อที่ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ผู้ป่วยติดเชื้อพวกฉวยโอกาสและมะเร็ง

เมื่อเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต้องปฏิบัติดังนี้
-ให้รักษาอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ
-แจ้งให้คู่นอนทราบว่าคุณเป็นโรคเพื่อที่จะป้องกันโรค มิให้แพร่สู่คนอื่น และให้ได้รับการรักษา
-รักษาตามแพทย์สั่ง
-งดร่วมเพศ