ความรัก กับ เวลา

ความรัก กับ เวลา

จะมีซักกี่คนบนโลก ที่โชคดีได้เจอคนๆนั้นอะไรคือคำนิยามของความรัก,,, หนังสือหลายๆเล่มเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์ความรัก มุมมองความรัก หรือแม้กระทั่งวิธีการค้นหาความรัก แต่ยังไม่มีหนังสือเล่มไหนเลย ที่สามารถนิยามความหมายของความรักออกมาได้อย่างลงตัว…

ความรัก( LOVE ) เป็นคำกลางที่ทุกคู่ที่มีความรักต่างใช้กัน แต่ก็แตกต่างกันไปในแต่ล่ะคู่ ความรักที่สวยงามไม่มีอะไรเอามาวัดว่าแบบไหน อย่างไร ถึงจะเป็นความรักที่สวยงาม ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับคนสองคน ที่จะมองว่า ความรักของพวกเขานั้นเป็นอย่างไร

ในขณะที่หลายๆคนเชื่อว่า ความรัก ต้องใช้เวลา . . . หลายๆคู่คบหาดูใจกันเป็นปีๆ กว่าจะกล้าเรียกความสัมพันธ์ของพวกเขาเองว่าความรัก ที่จริงมันก็ดีนะ ที่ใช้เวลานานขนาดนั้นเพื่อพิสูจน์กันและกัน แต่ในมุมมองของผม เวลาก็ยังไม่ใช่บทพิสูจน์ที่แท้จริงของความรักซักเท่าไร บางคู่ก็คบกันตั้งนานเพื่อรอเหตุผลบางอย่างที่จะเรียกว่ารัก แล้วก็ยังมีนะ ยังเคยเห็นบางคู่คบกันมาตั้งหลายปี สุดท้ายก็เลิกกัน ด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง หนึ่งในนั้นก็คือ หมดรัก ไปแล้ว . . . ถามว่าหมดรักไปแล้ว ทำไมถึงยังคบกันอยู่ อาจเป็นเพราะความสัมพันธ์ทางบ้าน ความจำเป็นในการใช้ชีวิต หรือ ความแข็งแรงของหัวใจ ที่มีไม่มากพอที่จะกล้าเดินออกมาทำตามหัวใจตัวเอง

แต่ก็มีอีกหลายๆคู่ ที่ไม่ได้ใช้ปัจจัยเรื่องเวลา มาตัดสินคุณค่าของความรัก . . . หลายๆคู่เหล่านั้น พบเจอ แล้ว ใช้คำว่า ความรัก เพียงระยะเวลาแค่ไม่นานที่ได้คบ หรือ พูดคุยกัน ในมุมมองของผม ผมเป็นผู้ชายคนนึง ที่ไม่ได้ใช้เวลามาเป็นตัวตัดสินว่า ต้องนานแค่ไหน จึงจะใช้คำว่ารักได้ การที่มองว่าความรักเป็นเรื่องสวยงาม เมื่อพบแล้วก็ควรจะทำให้เต็มที่กับมัน จึงเป็นอีกเหตุผลนึง ที่ทำให้พวกเขาเหล่านั้น เลือกใช้คำว่ารัก แค่ในวินาทีที่เจอคนๆนั้นแล้วใจบอกว่าใช่ ถึงแม้ในตอนสุดท้าย ความรัก ที่พวกเขาใช้อาจไม่ได้ออกมาสวยงามเสมอไป หรือ บางคู่ถึงขั้นต้องจบความรักลง แต่ก็เชื่อว่า อย่างน้อยในวินาทีที่มันเกิดขึ้นมาแล้ว เราทั้งคู่ต่างทำให้มันดีที่สุดแล้ว ถึงสุดท้ายจะจบลง แต่เมื่อหันกลับมามองอีกครั้ง ความรักที่เกิดขึ้นมาแล้วนั้น มันสวยงามเสมอ . . .
ถ้าเลือกจะเต็มที่กับมันตั้งแต่วินาทีแรกที่มันเกิดขึ้น ก็เชื่อว่า จะไม่มีคำว่าเสียใจในภายหลังสวนดอกไม้อันงดงาม ล้อมรอบไปด้วยกำแพงแข็งแกร่งสูงตระหง่าน พร้อมกับคนดูแลสวนที่มีฝีมือ แต่ขาดความเอาใจใส่ในการดูแล ปล่อยปะละเลย ดูแลบ้างไม่ดูแลบ้าง เพียงเพราะคิดว่ากำแพงสูงเพียงพอแล้วที่จะป้องกันอันตรายจากภายนอกที่จะมาทำลายดอกไม้ของเขา กลับต้องเสียดอกไม้ไปทั้งสวน เพียงเพราะความละเลยเปิดประตูทิ้งไว้ ปล่อยให้โลกภายนอกกำแพงเข้ามาทำลายและดึงดอกไม้ออกไปทั้งหมด . . . สุดท้ายก็มานั่งฟูมฟาย โทษโชคชะตาฟ้าดิน โทษกลอนประตูที่ล๊อคไม่แน่นหนา โทษกำแพงที่แข็งแรงไม่พอจะหยุดโลกภายนอกไว้ได้ แต่ก็ไม่มีสักคำ ที่จะโทษว่าตัวเองละเลยการดูแลสวนดอกไม้อันงดงามของตัวเอง . . . จนในวัน ที่สายเกินไป . . .

ขอบคุณที่มา storylog