ความรักระยะแรก

          ผลการสแกนสมองของคนที่อยู่ในห้วงความรักระยะเริ่มต้น แสดงให้เห็นว่าสมองของคนกลุ่มนี้มีภาวะอารมณ์ที่ต่างจากปกติมาก เป็นผลเนื่องมาจากการทำงานที่เพิ่มขึ้นของสมอง 3 ส่วน

          ส่วนที่หนึ่งคือ สารสื่อประสาทนอร์เอพิเนฟริน (Norepinephrine) ซึ่งมีผลกับการตื่นตัวและระบบทางเดินอาหาร ส่วนที่สองคือ บริเวณที่มีชื่อว่า Ventral Tegmental Area ทำหน้าที่สร้างสารสื่อประสาทโดปามีน (Dopamine) และส่วนที่สามคือ วงจรโดปามีน ทำงานเกี่ยวกับการสร้างความสุขประเภทแรงขับ กระตุ้นให้คนทำกิจกรรมเพื่อการอยู่รอด

        จากความเปลี่ยนแปลงของสมอง 3 ส่วนนี้ ทำให้คนที่อยู่ในห้วงรักระยะแรกมีพฤติกรรมคล้ายคนติดยา นั่นคือ ตื่นตัว สมาธิจดจ่อ เรี่ยวแรงเยอะ ไม่หิว ไม่ง่วง ในขณะเดียวกันอารมณ์ที่เกิดขึ้นก็เป็นอารมณ์ที่รุนแรง บางคนถึงกับแต่งเพลงและเขียนอธิบายถึงความรู้สึกว่าเป็นเหตุการณ์ความเป็นความตาย อยู่ไม่ได้หากขาดคนรัก

          ในขณะที่สมอง 3 ส่วนนี้มีการทำงานพลุ่งพล่านเพิ่มขึ้น สมองอีก 2 ส่วนก็สวนทางโดยการทำงานลดลง ส่วนที่หนึ่งคือ สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) เป็นสมองส่วนเหตุผลและการวางแผน เมื่อทำงานลดลง จะส่งผลให้คนที่อยู่ในห้วงรัก แม้ในภาวะปกติจะเป็นคนที่มีเหตุผลและรอบคอบ ก็อาจเปลี่ยนนิสัยเป็นคนกล้าเสี่ยง และไม่ใช้เหตุผลกับความรัก ส่วนที่สองคือ สารสื่อประสาทเซโรโทนิน (Serotonin) การที่สารนี้ลดลง ทำให้คนมีสภาพคล้ายกับผู้ป่วยโรค OCD หรือโรคย้ำคิดย้ำทำ มีพฤติกรรมหมกมุ่นและไม่สามารถหยุดคิดเรื่องของคนรักได้

          จากการศึกษาคู่รักหลายคู่พบว่าภาวะนี้จะดำเนินไปโดยเฉลี่ยประมาณ 8 เดือน ถึง 2 ปี ระหว่างนี้เพศชายจะมีพฤติกรรมเป็นฝ่ายบุก ขอความรักด้วยการตามจีบและอุทิศตน ในขณะที่เพศหญิงจะหมกมุ่นวิเคราะห์ทุกคำพูดและการกระทำของฝ่ายชาย จุดประสงค์ของภาวะพิเศษนี้คือ แรงขับอันมหาศาลและความสามารถในการมองข้ามข้อด้อยในตัวคนรักและอุปสรรคทั้งปวง เพิ่มโอกาสความสำเร็จของการจับคู่สืบพันธ์ุ ป้องกันไม่ให้เผ่าพันธ์ุมนุษย์สูญสลายไป

 

ขอบคุณทีมา  themomentum.co